อาหารเสริม Iron Booster

เกล็ดเลือดต่ำ บำรุงเลือด สร้างเกล็ดเลือด

Jamesrussell69
Created by Jamesrussell69
on Nov 8, 2019
Help Translate This Item

โรคเกล็ดเลือดต่ำ รักษายังไง

Blood Booster อาหารเสริมสร้างเกล็ดเลือด สำหรับภาวะโลหิตจางและ เกล็ดเลือดต่ำ โดย Iron Booster เสริมธาตุเหล็ก ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง รักษาโรคเกล็ดเลือดต่ำ ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ช่วยในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง สำหรับกรณีโรคโลหิตจาง เกร็ดเลือดต่ำ เลือดออกง่ายหยุดยาก เป็นจั้มเลือดตามผิวหนัง และช่วยร่างกายสร้างสารฮีโมโกบิลในสตรี โดยได้รับการสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์สำหรับการผลลัพธ์ที่ดีที่สุด: ส่วนผสมต่างๆ ในอาหารเสริมการสร้างเลือดช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ประกอบไปด้วยเหล็ก, วิตามินบี 12, กรดโฟลิกและวิตามินซี ส่วนผสมผ่านการรับรอง 100% Blood Builder มีสารอาหารเกรดพรีเมี่ยมที่จำเป็นสำหรับการสร้างฮีโมโกลและการผลิตของเซลล์เม็ดเลือดแดง Blood Builder สามารถที่จะแก้ไขโรคโลหิตจางได้หลายรูปแบบที่แตกต่างกัน โรคเกล็ดเลือดต่ำ เนื่องจากการขาดธาตุเหล็กกรดโฟลิกและวิตามินบี 12 100% ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา เราผลิต บรรจุ และติดฉลากผลิตภัณฑ์ของเราทั้งหมดในประเทศสหรัฐอเมริกา ตามมาตรฐานจากองค์การอาหารและยาได้รับการอนุมัติถึงระดับสูงสุดของมาตรฐาน GMP

ภาวะเกล็ดเลือดต่ำคืออะไร เกล็ดเลือดคือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของเลือด เราสามารถแยกองค์ประกอบสำคัญของเลือดได้เป็น 4 ส่วนคือ หนึ่งคือเม็ดเลือดแดงซึ่งมีหน้าที่นำอ๊อกซิเจนหล่อเลี้ยงร่างกาย สองคือเม็ดเลือดขาวซึ่งมีหน้าที่ต่อสู้เชื้อโรค สามคือเกล็ดเลือดซึ่งมีหน้าที่ช่วยให้เลือดแข็งตัวเวลามีเลือดออก และสุดท้ายคือน้ำเหลือง ในภาวะปกติปริมาณเกล็ดเลือดมีประมาณ 150,000-400,000 แผ่นต่อเลือดหนึ่งมิลลิลิตร ถ้าปริมาณ เกล็ดเลือดต่ำ กว่าค่าเฉลี่ยปกติดังกล่าวต้องหาสาเหตุ ซึ่งโรคที่พบบ่อยได้แก่ ไข้เลือดออก ส่วนโรคอื่นๆที่อาจพบได้แก่ โรคเกล็ดเลือดต่ำ ไม่ทราบสาเหตุ จากยา จากสมุนไพร จากการติดเชื้อในกระแสเลือด เป็นต้น ซึ่งแพทย์จะทำการตรวจค้นหาโรคที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแนวทางการรักษา อัตรายของภาวะ เกล็ดเลือดต่ำ คือการเลือดออกผิดปกติ ไม่แข็งตัว ทำให้เลือดออกไม่หยุด ถ้าเลือดออกในอวัยวะสำคัญเช่น กระเพาะอาหาร สมอง อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ โดยทั่วไปความรุนแรงของเลือดออกผิดปกติจะสัมพันธ์กับปริมาณเกล็ดเลือด ถ้าเกล็ดเลือดต่ำกว่า 100,000 แผ่นต่อมิลลิลิตร ผู้ป่วยจะเกิดจ้ำเลือดตามตัวได้ง่าย เลือดออดในสมองได้ง่ายถ้าโดนกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงถ้า เกล็ดเลือดต่ำ กว่า 50,000 แผ่นต่อมิลลิลิตรผู้ป่วยที่มีบาดแผลที่มีเลือดออก เลือดจะหยุดตามะรรมชาติ และถ้าเกล็ดเลือดต่ำกว่า 20,000 แผ่นต่อมิลลิตร ผู้ป่วยอาจเกิดเลือดออกเองโดยไม่จำเป็นต้องมีสาเหตุอื่นๆ ในกรณีสุดท้ายต้องได้รับการรักษาโดยด่วน อาการที่บุคคลทั่วไปควรสังเกตและรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คระดับเกล็ดเลือดได้แก่ การมีพรายย้ำจ้ำเลือดตามตัว การมีประจำเดือนหลายวันผิดไปจากเดิม การมีเลือดตามไรฟัน

เลือดแข็งตัวสัมพันธ์กับเกล็ดเลือดอย่างไร เลือดเป็นของเหลวที่ไหลเวียนทั่วร่างกาย หากมีการฉีกขาดของหลอดเลือดจะมีเลือดออก เมื่อนั้นร่างกายจะเข้าสู่กระบวนการหยุดเลือดออก เกล็ดเลือดเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการนี้ เกล็ดเลือดจะไปเกาะตัวกันอย่างหลวมๆ ที่ผิวด้านในของหลอดเลือด ต่อจากนั้นจะการกระตุ้นให้เกิดโปรตีนไฟบริน เข้าไปทำให้เกาะตัวกันแน่นขึ้น และทำให้เลือดหยุดไหล แต่ทั้งนี้เนื้อเยื้อภายนอกต้องมีความแข็งแรงด้วย เลือดจึงจะหยุดได้ดี ต่อจากนั้นร่างกายจะกำจัดก้อนเลือดที่เกาะกันนั้นออกไป หลอดเลือดก็จะกลับคืนสู่ภาวะปกติ ไม่มีสิ่งอุดตัน และ เกล็ดเลือดต่ำ มีอาการเช่นไร เมื่อเกล็ดเลือดต่ำมากๆ จะมีอาการเลือดออกจากเกล็ดเลือด ทำให้ผิวหนังเป็นจุดแดงๆ กดแล้วไม่หายไป หรือเป็นจ้ำเลือด บางคนเรียกว่าพรายน้ำ จ้ำเลือดจะมีสีม่วงปนเหลืองเนื่องจากเม็ดเลือดแดงที่อยู่ในต่ำแหน่งเลือดอออกแตกตัวให้สารสีเหลือง บางคนมีเลือดออกในช่องปาก เหงือก บางคนปัสสาวะหรืออุจจาระเป็นเลือด บางรายมีเลือดออกภายใน ทำให้ช็อค และเสียชีวิตได้

ภาวะโรค เกล็ดเลือดต่ำ เกิดจากสาเหตุใด เกิดจากการสร้างเกล็ดเลือดได้น้อย จากโรคต่างๆ เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือจากยาที่กดการสร้างเม็ดเลือดที่ไขกระดูก เช่น ยาเคมีบำบัด ยากดภูมิต้านทาน เกิดจากเกล็ดเลือดถูกทำลาย ด้วยโรคบางชนิด เช่น โรคเอสแอบอี ไข้เลือดออก, ไอทีพี และด้วยยาบางชนิด ที่พบบ่อยคือ ยาเฮพาริน เป็นยาต้านการแข็งตัวของเลือด เกิดจาการที่เกล็ดเลือดถูกบีบให้ไปอยู่ในที่หนึ่งมากเกินไป ทำให้เกล็ดเลือดในกระแสเลือดลดลง เกิดจากการใช้เกล็ดเลือดมากเกินไป เนื่องจากภาวะ DIC เป็นภาวะที่มีลิ่มเลือดกระจายไปในหลอดเลือดทั่วร่างกาย, การติดเชื้อรุนแรง, การช็อก และเนื้อเยื้อขาดออกซิเจน เป็นต้น เกิดจากปริมาณน้ำในร่างกายมาก พบในผู้ป่วยที่ได้รับน้ำเกลือหรือสารน้ำคอลลอยด์มากเกินไป หรือได้รับส่วนประกอบอื่นๆของเลือดในปริมาณมาก เช่น ได้รับเม็ดเลือดแดงอย่างเดียว